ข้ามไปเนื้อหาหลัก
ทุติยกุมารชาดก
ชาดก 547 เรื่อง
46

ทุติยกุมารชาดก

Buddha24 AIเอกนิบาต
ฟังเนื้อหา
ทุติยกุมารชาดก

ทุติยกุมารชาดก

ครั้งเมื่อพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงประทับอยู่ ณ พระเชตวันมหาวิหาร ทรงปรารภเหตุการณ์ในอดีตชาติของพระองค์ จึงทรงมีพุทธดำรัสเล่าทุติยกุมารชาดก ดังต่อไปนี้

ในอดีตกาล เมื่อครั้งพระเจ้าพรหมทัตทรงครองราชสมบัติ ณ กรุงพาราณสี พระโพธิสัตว์บังเกิดเป็นกุมารผู้มีรูปงาม นามว่า "ทุติยกุมาร" ทุติยกุมารทรงเป็นที่รักยิ่งของพระบิดาและพระมารดา สองกุมารนั้นทรงมีพระนามว่า "ปฐมกุมาร" และ "ทุติยกุมาร" ซึ่งหมายถึง กุมารองค์แรก และ กุมารองค์ที่สอง ตามลำดับ

ปฐมกุมารนั้นทรงเป็นผู้มีปัญญาเฉลียวฉลาด แต่ขาดซึ่งความอ่อนน้อมถ่อมตน มักจะโอ้อวดตนเอง และไม่เคยยอมรับผิด เมื่อทรงทำผิดก็มักจะโทษผู้อื่นเสมอ ส่วนทุติยกุมารนั้น แม้จะทรงมีปัญญาเฉลียวฉลาดไม่แพ้กัน แต่กลับทรงประกอบด้วยคุณธรรมอันประเสริฐ คือความอ่อนน้อมถ่อมตน การรู้จักผิดชอบชั่วดี และการมีความเมตตากรุณาต่อผู้อื่น

วันหนึ่ง เกิดเหตุการณ์ที่สร้างความกังวลใจให้กับพระเจ้าพรหมทัตเป็นอย่างยิ่ง เมื่อเกิดโรคระบาดร้ายแรงขึ้นในแคว้น พสกนิกรล้มตายเป็นจำนวนมาก หมอหลวงไม่สามารถหาวิธีรักษาได้ พระเจ้าพรหมทัตจึงทรงมีรับสั่งให้จัดพิธีบวงสรวงเทพยดา เพื่อขอพรให้โรคระบาดสงบลง

ในระหว่างพิธี ปฐมกุมารผู้ทรงประมาทและไม่เชื่อเรื่องโชคลาง ได้ทรงหยิบเอาเครื่องบูชาอันศักดิ์สิทธิ์ขว้างปาเล่นด้วยความคะนอง ทำให้พิธีต้องหยุดชะงักลง สร้างความไม่พอพระทัยให้กับพระเจ้าพรหมทัตเป็นอย่างมาก

"เจ้าทำอะไรลงไป! เจ้าไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงบ้างเลยหรือ!" พระเจ้าพรหมทัตทรงกริ้ว

ปฐมกุมารไม่ยอมรับผิด กลับกล่าวโทษพวกพราหมณ์ผู้ประกอบพิธีว่า "ข้าแต่มหาบพิตร หม่อมฉันเห็นพวกพราหมณ์ทำพิธีนั้นเชื่องช้า น่าเบื่อหน่าย จึงทรงหยิบเครื่องบูชามาเล่นแก้เบื่อเท่านั้นเอง พวกพราหมณ์ต่างหากที่กล่าวโทษหม่อมฉันเกินกว่าเหตุ"

ทุติยกุมารทรงเห็นเหตุการณ์ทั้งหมด ทรงมีพระทัยสังเวชพระเชษฐาเป็นยิ่งนัก แต่ก็ทรงอดรนทนไม่ไหวต่อความไม่ถูกต้อง จึงทรงกราบทูลพระบิดาด้วยความนอบน้อม

"ข้าแต่มหาบพิตร ขอพระองค์ทรงโปรดอภัยให้แก่หม่อมฉัน หม่อมฉันเห็นพระเชษฐาทรงกระทำไปโดยมิได้ตั้งใจ และหม่อมฉันเห็นว่าพวกพราหมณ์นั้นมิได้มีเจตนาจะกล่าวโทษพระเชษฐาเกินกว่าเหตุ แต่พวกเขาเพียงแต่ต้องการรักษากฎเกณฑ์และประเพณีอันศักดิ์สิทธิ์เท่านั้น"

พระเจ้าพรหมทัตทรงทอดพระเนตรไปยังกุมารทั้งสอง พระองค์ทรงเห็นความแตกต่างอย่างชัดเจน ระหว่างความหยิ่งผยองของปฐมกุมาร และความอ่อนน้อมถ่อมตนของทุติยกุมาร

ต่อมา โรคระบาดยังคงทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น ประชาชนพากันมาอ้อนวอนขอความช่วยเหลือจากพระเจ้าพรหมทัต แต่พระองค์ก็ทรงทำอะไรไม่ได้

ในคืนนั้น ทุติยกุมารทรงฝันเห็นเทวดาองค์หนึ่งเสด็จมาบอกว่า "หากประสงค์จะให้โรคระบาดสงบลง เจ้าต้องนำกุมารผู้เป็นที่รักของเจ้า ไปถวายแด่พญานาค ณ บาดาล"

ทุติยกุมารทรงตื่นขึ้นมาด้วยความตกพระทัย แต่ก็ทรงตัดสินพระทัยแน่วแน่ที่จะเสียสละเพื่อประชาชน

รุ่งเช้า ทุติยกุมารทรงเข้าเฝ้าพระบิดาและพระมารดา

"ข้าแต่มหาบพิตร หม่อมฉันมีความประสงค์จะไปบำเพ็ญกุศลอันยิ่งใหญ่ เพื่อขับไล่โรคระบาดให้สงบลง"

พระเจ้าพรหมทัตและพระนางมเหสีทรงตกพระทัย แต่ก็ทรงอนุญาตตามพระประสงค์

ทุติยกุมารทรงขอให้ปฐมกุมารตามเสด็จไปด้วย ปฐมกุมารทรงยินดี เพราะคิดว่าตนจะได้มีโอกาสแสดงอำนาจและความสำคัญ

ทั้งสองกุมารได้เดินทางไปยังแม่น้ำใหญ่ ทุติยกุมารทรงทำพิธีอธิษฐาน และทรงกระโดดลงสู่แม่น้ำ ปฐมกุมารทรงตกพระทัยแต่ก็ทรงกระโดดตามลงไป

เมื่อทั้งสองกุมารลงไปในบาดาล ก็ได้พบกับพญานาคตนหนึ่ง ซึ่งตามคำทำนายในความฝัน

พญานาคกล่าวกับทุติยกุมารว่า "เจ้ามาถวายตัวเพื่อแลกกับชีวิตของประชาชนใช่หรือไม่"

ทุติยกุมารทรงตอบด้วยความสงบ

"ข้าแต่พญานาคผู้ทรงฤทธิ์ หม่อมฉันมาเพื่อขอให้พระองค์ทรงประทานทางแก้ไขโรคระบาดนี้แก่ชาวเมืองพาราณสี หากหม่อมฉันต้องเสียสละสิ่งใดไปเพื่อแลกกับชีวิตของพวกเขา หม่อมฉันก็ยินดี"

พญานาคพิจารณาถึงความกล้าหาญและความเสียสละของทุติยกุมาร ทรงประทับใจเป็นอย่างยิ่ง

ในขณะเดียวกัน ปฐมกุมารทรงเห็นโอกาสที่จะทำให้ตนเองดูดี จึงทรงกล่าวกับพญานาคด้วยความเย่อหยิ่ง

"ท่านพญานาค ข้าพเจ้าคือปฐมกุมาร โอรสแห่งพระเจ้าพรหมทัต หากท่านปล่อยข้าพเจ้ากลับไป ข้าพเจ้าจะมอบทรัพย์สมบัติและสิ่งมีค่ามากมายให้แก่ท่าน"

พญานาคทรงพิโรธในความเห็นแก่ตัวและไร้จิตสำนึกของปฐมกุมาร ทรงกล่าวว่า

"เจ้าช่างเป็นกุมารที่ไร้ค่าเสียจริง เจ้าไม่รู้จักความเสียสละและไม่คิดถึงผู้อื่น เจ้าสมควรถูกลงโทษ!"

พญานาคจึงทรงให้บริวารจับปฐมกุมารไปกักขังไว้

ส่วนทุติยกุมารนั้น พญานาคทรงมีเมตตา ทรงมอบยาพิษที่สามารถรักษาโรคระบาดได้ พร้อมทั้งทรงตรัสบอกวิธีปรุงยา

"ยาพิษนี้เมื่อนำไปปรุงตามที่บอก จะสามารถรักษาโรคระบาดให้หายขาดได้ จงรีบนำไปเถิด"

ทุติยกุมารทรงรับยาพิษมาด้วยความยินดี และทรงลากลับขึ้นสู่เมือง

เมื่อกลับถึงเมือง ทุติยกุมารได้ทรงนำยาพิษไปปรุงตามที่พญานาคบอก และนำไปแจกจ่ายให้กับประชาชน ทำให้โรคระบาดสงบลงในที่สุด

พระเจ้าพรหมทัตทรงดีพระทัยเป็นอย่างยิ่งที่โรคระบาดหายไป แต่ก็ทรงเป็นห่วงปฐมกุมาร จึงทรงสอบถาม ทุติยกุมารจึงทรงเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้พระบิดาฟัง

พระเจ้าพรหมทัตทรงเสียพระทัยที่ปฐมกุมารทรงประพฤติตนไม่ดี แต่ก็ทรงยกย่องชมเชยในความกล้าหาญและความเสียสละของทุติยกุมาร

ต่อมา พระเจ้าพรหมทัตทรงมีรับสั่งให้ทหารไปช่วยปฐมกุมารกลับมา ซึ่งพญานาคก็ทรงปล่อยตัวปฐมกุมารตามคำขอ

เมื่อปฐมกุมารกลับมา ทรงสำนึกผิดในสิ่งที่ตนเองได้กระทำลงไป ทรงกราบขอโทษพระบิดา พระมารดา และทุติยกุมาร

ตั้งแต่นั้นมา ปฐมกุมารก็ทรงเปลี่ยนแปลงพระองค์เอง ทรงเจริญด้วยคุณธรรมความดี และทรงเคารพรักทุติยกุมารเป็นอย่างมาก

ทุติยกุมารทรงเจริญวัยขึ้นเป็นพระราชาผู้ทรงธรรม ทรงปกครองอาณาประชาราษฎร์ด้วยความยุติธรรมและเมตตา

คติธรรม

ความอ่อนน้อมถ่อมตน ความเสียสละ และความเมตตากรุณา ย่อมนำมาซึ่งความเจริญและความสงบสุข

บารมีที่บำเพ็ญ

บารมีคือความเสียสละเพื่อผู้อื่น

— In-Article Ad —

💡คติธรรม / ข้อคิด

ความอ่อนน้อมถ่อมตน ความเสียสละ และความเมตตากรุณา ย่อมนำมาซึ่งความเจริญและความสงบสุข

บารมีที่บำเพ็ญ: บารมีคือความเสียสละเพื่อผู้อื่น

— Ad Space (728x90) —

นิทานชาดกเรื่องอื่นที่น่าสนใจ

สุโพธชาดก
154ทุกนิบาต

สุโพธชาดก

สุโพธชาดกในอดีตกาล ณ กรุงราชคฤห์ มีกษัตริย์พระองค์หนึ่งทรงพระนามว่า พระเจ้าพรหมทัต พระองค์ทรงมีพระรา...

💡 ปัญญาคือผลไม้สวรรค์ที่แท้จริง การแสวงหาความรู้และใช้ปัญญาในการดำเนินชีวิต จะนำมาซึ่งความสุขที่ยั่งยืน

กุกกุรชาดก
266ติกนิบาต

กุกกุรชาดก

กุกกุรชาดกณ แคว้นมคธอันอุดมสมบูรณ์ ปกครองโดยพระเจ้าพรหมทัตต์ กษัตริย์ผู้ทรงทศพิธราชธรรม เป็นยุคแห่งค...

💡 การมีปัญญาและความเมตตา สามารถทำให้เกิดมิตรภาพและความเข้าใจ แม้ในหมู่ศัตรู และการให้อภัยคือหนทางแห่งสันติสุข.

มหาปะทะชาดก
305จตุกกนิบาต

มหาปะทะชาดก

มหาปะทะชาดก ในกาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ แคว้นมคธ อันเป็นที่ตั้งแห่งกรุงราชคฤห์อันรุ่งเรือง มีพระโพธิ...

💡 ความโลภย่อมนำมาซึ่งความพินาศ การเบียดเบียนผู้อื่นย่อมไม่ก่อให้เกิดผลดี การแบ่งปันและความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่เป็นสิ่งสำคัญในการอยู่ร่วมกันในสังคม

มหาสาลชาดก
533มหานิบาต

มหาสาลชาดก

การเห็นโทษของกิเลสณ เมืองพาราณสี มีเศรษฐีผู้หนึ่งนามว่า มหาสาล เขาเป็นผู้ที่ร่ำรวยมหาศาล มีทรัพย์สิน...

💡 การเห็นโทษของกิเลส ตระหนักถึงอันตรายของความโลภ จะนำพาไปสู่การหลุดพ้น

ปุราณชาดก
370ปัญจกนิบาต

ปุราณชาดก

ปุราณชาดก ในกาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ แคว้นมคธ อันอุดมสมบูรณ์ด้วยพืชพรรณธัญญาหาร ผู้คนมีจิตใจใฝ่ในธร...

💡 ความโลภ ความโกรธ และความหลง นำมาซึ่งความทุกข์และความพินาศ การรู้จักให้อภัย การแบ่งปัน และการใช้ชีวิตอย่างมีสติ คือหนทางสู่ความสุขที่แท้จริง

มหาสีลวชาดก
350จตุกกนิบาต

มหาสีลวชาดก

มหาสีลวชาดกณ เมืองมิถิลา แคว้นวิเทหะ มีพระราชาผู้ทรงทศพิธราชธรรมนามว่า “พระเจ้ามหาสีลวะ” พระองค์ทรงเ...

💡 คุณธรรมและความดีงามมีค่ายิ่งกว่าชีวิต การเสียสละเพื่อผู้อื่น โดยเฉพาะผู้มีพระคุณ เป็นสิ่งที่ควรยกย่อง

— Multiplex Ad —